InterBoosters

@ Siam soi 6

Screen Shot 2019-05-30 at 4.01.56 PM.png
  • Facebook
  • YouTube
  • ig
  • Twitter
  • Follow Us

หนังสือภาษาอังกฤษน่าอ่าน

January 20, 2017

 

 

 

หนังสืออีกหนึ่งเล่มที่อยากแนะนำให้ทุกคนอ่าน เป็นหนังสือดังที่หลายๆคนคงจะรู้จักกันอยู่แล้ว

แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่าน หรือเล็งไว้นานแล้วไม่ได้อ่านสักที วันนี้เราจะมาแชร์ความประทับใจกับหนังสือที่ชื่อว่า "the 7 Habits of highly efffective people" โดย Stephen R. Covey กัน

 

(spoiler alert)

.

.

.

.

ยอมรับว่าเราเคยผัดวันอ่านหนังสือเล่มนี้มาเป็นปีด้วยชื่อหนังสือที่รู้สึกเหมือนหาอ่านได้ตามBlogทั่วไป เรารู้สึกว่ามันดูตลาด แต่อ่านไปไม่ไกลก็รู้ตัวว่าเราโง่มากนาน เพราะแต่ละ habit ที่คุณ Covey แนะนำนั้นมันไม่ใช่แบบขยัน อดทน ซื่อสัตย์ มีวินัย แต่มันลึกซึ้งกว่านั้นมาก โดยได้แบ่งออกเป็น habit ที่ทำเพื่อพัฒนาตัวเองให้สมบูรณ์ก่อน ก่อนจะไปทำงานหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่นให้เกิดเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ 

 

ตัวอย่างคำสอนดีๆที่เราชอบสุดๆ เช่น

1. seek first to understand then to be understood. พยายามเข้าใจคนอื่นก่อนที่จะให้คนอื่นมาเข้าใจเรา ข้อนี้เป็นข้อที่ Mr.Covey บอกเองว่าทำยากสุดๆ ตัวเองยังต้องพยายามทำข้อนี้ให้ได้อยู่หลายครั้ง ส่วนตัวรู้สึกข้อนี้ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์กับคนรอบตัวได้มาก (โดยเฉพาะช่วงอ่านหนังสือจบใหม่ๆ จะนึกเตือนสติตัวเองขึ้นมาแบบงงๆตอนมี conflicts กับคนใกล้ตัว กลายเป็นคนถามคำถามอีกฝ่ายมากขึ้น แทนที่จะตอบโต้ว่าฉันคิดอย่างนี้จ้ะ ฟังฉันหน่อย) 

2. win/win or no deal. เวลามีการเจรจาต่อรองกับใคร (พักหลังทำบ่อยเวลาทำงานกับคนอื่น) สำคัญมากที่จะต้องนึกถึงข้อนี้  ดีลที่ตกลงกันต้องเป็นดีลทั้งสองฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองได้ประโยชน์(win/win) ไม่ได้รู้สึกต้องยอมหรือเสียประโยชน์ไปเพื่อให้เรื่องจบๆ หรือเพื่อเป็นการเอาชนะอีกฝ่าย ถ้าไม่สามารถทำดีลให้เป็นแบบ win/win ได้ต้องเป็น no deal ไปเลย เพราะการทำดีลที่มีฝ่ายนึงรู้สึกเสียจะทำให้รู้สึกไม่ดีไปอีกนาน เป็นต้นเหตุของ conflict ได้ เรื่องนี้เรา learn the hard way มาเลยรู้สึกว่า Mr. Covey ตอกย้ำได้ถูกจุด

3. Personal Mission - ในหนังสือเล่มนี้มีตัวอย่างกฎที่เราตั้งขึ้นให้กับตัวเองที่เรารู้สึกว่ามันเรียบง่าย แต่หลายๆครั้งเราก็ลืมมันไป เช่น

- Succeed at home first เพราะเห็นคนรอบๆตัวที่ที่บ้านครอบครัวไม่เข้าใจ ไม่สนับสนุนเต็มที่ในสิ่งที่ทำ ก็จะ struggle กับงาน ไม่ก็งานที่ทำไม่ได้ตอบสนอง passion ของตัวเอง แต่ข้อนี้เนื่องจากครอบครัวเราสนับสนุนดีมาก เราจึงตีความไปในทางทะเลาะกับที่บ้านให้น้อยลง คุยกันดีๆให้มากขึ้น เพราะหลายๆครั้งเราก็ลืมที่จะขอบคุณในสิ่งดีๆที่ครอบครัวทำให้ และร้ายใส่แม่เวลาที่หงุดหงิด (yes, i'm guilty)

- Never compromise with honesty เพราะเราเคยรู้สึกผิดกับการโกหกหนึ่งครั้ง แต่มันกัดกินเราหลายปี เราเลยท่องข้อนี้เป็นพิเศษ "อย่าต่อรองกับความซื่อสัตย์ของตัวเอง"

- Hustle while you wait เวลารอ จงอยู่ไม่นิ่ง นึกถึงข้อนี้อยู่บ่อยๆเพราะเป็นคนอยู่ไม่สุข เวลาทำงานกับคนอื่นแล้วถ้าอีกฝ่ายต้องใช้เวลา ก็จะทำอีกอย่างต่อไปเลยไม่รอ และส่วนตัวเห็นหลายคนชอบรอแล้วก็บ่นพลางๆ (ทำบ้างยอมรับ 555)

- Facilitate the success of subordinates เนื่องจากเคยเป็น subordinate มาก่อน เห็นชัดมากว่าเจ้านายที่ไม่ได้ใส่ใจความก้าวหน้าของลูกน้อง สุดท้ายลูกน้องหนีไปทำอย่างอื่นหมดจ้ะ

 

มันเยอะแยะมากจนแชร์ไม่หมด 

เป็นหนังสือที่อ่านแล้วยอมรับว่าบางทีก็หลับไป เพราะเหนื่อยกับการตีความว่าคุณ Covey หมายถึงสถานการณ์แบบไหนคะช่วยยกตัวอย่างให้เห็นภาพหน่อย เข้าใจว่าเค้าคงต้องการให้เรานึกถึงสถานการณ์ของแต่ละคนเอง บางข้ออ่านไปก็รู้สึกว่าประสบกาณ์ยังไม่ถึง นึกภาพไม่ออก เช่น มีลูก หรือทำงานกับคนอื่นระดับ advanced 

แต่ก็รู้สึกนับถือว่าเขียนได้ดีจริงๆ ละเอียด และคิดได้ไงกับกฎแต่ละข้อ เป็นหนังสือที่ตั้งใจว่าจะต้องกลับมาอ่านอีก เพราะอ่านอีกครั้งรับรองว่าต้องตีความไปสถานการณ์อื่นได้อีกมาก

 

ปล. หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ให้ guidelines กว้างๆที่สามารถตีความได้หลายแบบ และแต่ละคนคงจะประทับใจข้อคิดจากหนังสือเล่มนี้ต่างกันไป 

 

P'Mint

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Recent Posts
Please reload

Follow Us
  • Facebook Basic Square