Work out your English มาออกกำลังกายให้ภาษาอังกฤษของคุณแข็งแรงอยู่เสมอกันเถอะ!


การออกกำลังกาย เป็นวิธีการฝึกเพื่อให้ร่างกายได้สัดส่วนที่สวยงามและเหนือสิ่งอื่นใดคือความแข็งแรง ในการเรียนภาอังกฤษก็เช่นเดียวกัน ที่ผู้เรียนจำเป็นต้องมีการฝึกฝนให้มีทักษะ ทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน ให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ ในวันนี้ InterBoosters จะแชร์เทคนิค ที่ช่วยให้ภาษาอังกฤษของผู้อ่านแข็งแรงขึ้น ไปเริ่มกันเลยค่ะ

หลักการของการออกกำลังกายภาษาอังกฤษนั้นประกอบไปด้วย W (workout),N (nutrition) ,R (rest)

W – Workout (การออกกำลังกาย)

ความหมายของ workout คือ การออกกำลังกาย เพื่อเปลี่ยนแปลงให้ร่างกายมีความแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งการออกกำลังกายก็เหมือนการเรียนในบทเรียนหนึ่งๆ แต่การเรียนภาษาอังกฤษ จำเป็นต้องวางแผนการฝึกไว้หลายๆขั้นตอนจนบรรลุเป้าหมาย ซึ่งเราเรียกการผนวกรวมแผนการฝึกดังกล่าวว่าเป็น “program” อย่างไรก็ตาม เมื่อมี Program แล้ว การฝึกฝนจนบรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนจำต้องตระหนักถึงตัวแปรอยู่สามประการ ได้แก่ Intensity , duration and workload

Intensity (ความเอาจริงเอาจัง) : คุณทุ่มให้การเรียนอย่างหนักหน่วงเพียงใด ไม่ใช่ คุณทำมันมากเพียงใด

หากคุณกำลังเป็นคนที่เรียนภาษาอังกฤษแบบนั่งดูวิดีโอสอนไปเรื่อยๆ ไม่มีความพยายามที่จะฝึกออกเสียง ฝึกการเขียน หรือฝึกใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริงเลย ต้องขอให้คุณรีบเปลี่ยนวิธีการเรียนโดยด่วน เพราะนั่นเป็นการเรียนแบบไม่มีส่วนร่วม อีกทั้งทำให้การเรียนไม่มีประสิทธิภาพแต่อย่างใด

Duration : คุณทุ่มให้มันเป็นระยะเวลานานเพียงใด

ผู้บรรยายในวีดิโอกล่าวว่า เขามักจะให้เวลาอย่างน้อยในการเรียนภาษาเป็นอย่างน้อยสามสิบนาทีในแต่ละครั้ง เขาไม่ได้ให้เวลาเป็นสิบชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเขามองว่ามันมากเกินไปและไม่มีประสิทธิภาพ แต่ถ้าให้เวลาน้อยเกินไปเช่น ห้านาที สิ่งนี้ไม่ได้ถูกเรียกว่าเป็นการเรียนแต่อย่างใด

Workload : ภาระหน้าที่ในการเรียนของคุณถูกกำหนดขึ้นอย่างไร

การกำหนดภาระหน้าที่ในการเรียนของคุณเป็นอย่างไร ภาระหน้าที่ในการเรียน และการฝึกฝนจำเป็นต้องกำหนด “ปริมาณ” และ “ความยาก” ภายใต้ภาระงานดังกล่าวให้เพียงพอ เช่น เมื่อกำหนดให้ภาระการเรียนของคุณเป็น “การเขียนภาษาอังกฤษได้อย่างมืออาชีพ” แน่นอนว่า ภาระงานนี้ย่อมมีการกำหนด “ปริมาณ” และ “ความยาก” ที่มากกว่าภาระงาน “การเรียนคำศัพท์สิบคำ” เป็นแน่

สามตัวแปรนี้จึงเป็นสิ่งที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษพึงตระหนักถึง และปรับใช้ให้เข้ากับวิธีการออกกกำลังกาย (workout) ในแต่ละขั้นตอนของ program ของตนเอง อีกทั้งต้องใส่ consistent “ความสม่ำเสมอ” ลงไปด้วยเพื่อให้ผลลัพธ์ในการเรียนนั้นมีประสิทธิภาพมากที่สุด และให้ภาษาอังกฤษของคุณดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

N – Nutrition (สารอาหาร)

การออกกำลังกายนั้นหลายๆคนมองว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้เวลา และทุ่มอย่างหนักหน่วง แต่เดี๋ยวก่อน นั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆคนหลงประเด็น ในการออกกำลังการ ต้องอาศัย “สารอาหาร” (Nutrition) เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในขับเคลื่อนสิ่งที่ทำอยู่ให้บรรลุเป้าหมาย

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อรับสารอาหารดีๆเข้าไปในร่างกาย เมื่อเปรียบเสมือนกับการเรียนภาษาอังกฤษ ที่ผู้เรียนต้องการจดจ่อกับบทเรียนที่มีอยู่มากมาย และแสวงหาการฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การเรียนภาษาอังกฤษสัมฤทธิ์ผลอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม การใส่สารอาหารเข้าไป ก็ต้องมีการนำออกด้วย นั่นก็คือการพิจาณราถึงความผิดพลาด และแก้ไขมัน คนที่ใช้ภาษาอังกฤษได้แย่ อาจมีมาจากหลายสาเหตุ เช่น การเรียนผิดวิธี หรือการใช้แบบผิดๆ และยังคงทำแบบผิดๆต่อไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับการรับอาหารที่ไม่มีประโยชน์เข้าไป ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่ดีเพียงพอ ทำให้ร่างกายเจ็บป่วยตามมา เช่นเดียวกัน การเรียนภาษาอังกฤษมาเป็นระยะเวลาหนึ่งๆ และมีการนำไปใช้นำไปใช้จริง แต่ไม่เคยกลับมาทบทวนตรวจสอบเลยว่าสิ่งเหล่านั้นมีจุดผิดพลาดตรงไหน และแก้ไขให้ถูกต้อง ย่อมทำให้การเรียน และใช้ภาษาอังฤษของคุณไม่มีประสิทธิภาพ

R - Rest (การพัก )

เมื่อคนเราได้ออกกำลังกาย รับประทานอาหารดีๆ การพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้ร่างกายสมบูรณ์อย่างเต็มที่ กล้ามเนื้อคนเราที่ผ่านการออกกำลังกายนั้นต้องได้รับการพักผ่อน และระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อการเจริญเติบโต การเรียนภาษาอังกฤษก็เช่นเดียวกัน ที่ผู้เรียนต้องมีการพัก ซึ่งการพักมีสองแบบ ได้แก่ 1. Break 2. Time out

การ break เมื่อคุณกำหนดระยะเวลาในการเรียนเช่น ประมาณ 20-30 นาที เมื่อจบจากนั้น ก็ให้หยุดพักเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ เช่น 5 นาที ไปเดินเล่น สูดอากาศ เพื่อให้ข้อมูลต่างๆได้เข้าสู่สมองงของเรามากขึ้น แล้วกลับมาเรียนต่อ ไม่ควรจะยัดข้อมูลอย่างเดียวโดยไม่มีการพัก เพราะไม่ใช่แนวทางที่ดีในการเรียนรู้ภาษาให้ได้ผล

ส่วน Time out คือการพักจากบทเรียน หรือการเรียนแบบมีแบบแผนในห้องเรียน แต่หลังออกจากห้องเรียน ให้พยายามใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ตามสถานการณ์ที่เราพบเจอ ผู้คนที่เราต้องพบปะ โดยเพิ่มเติมความสนุกสนานเข้าไปในระหว่างการฝึกใช้นั้นด้วย

ปัจจุบันมีเทคนิคมากมายในการเรียนภาษาอังกฤษได้ถูกแชร์ต่อกันมา ทำให้ผู้เรียนสามารถเลือกวิธีการที่ตนเองชอบไปปรับใช้ เพื่อให้ทักษะการเรียนภาษาอังกฤษพัฒนาขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผู้เรียนต้องมีความตั้งใจในการฝึกฝน แสวงหาความรู้ ตลอดจนทบทวนอยู่สม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้ย่อมทำให้จุดประสงค์ในการเรียนภาษาอังกฤษของแต่ละคนบรรลุผลได้อย่างแน่นอน

ที่มา Work out your English!

https://www.youtube.com/watch?v=yFaneKodJdg&fbclid=IwAR03IhzA998Sd1ogS2lr1TkmIZEaaefRIxv0xUY_MMdjeQw9hjxDbrMgZb8

เผยแพร่เมื่อ 29 มิ.ย. 2013


Recent Posts
Follow Us
  • Facebook Basic Square

InterBoosters

@ Chidlom

Screen Shot 2019-05-30 at 4.01.56 PM.png
  • Facebook
  • YouTube
  • ig
  • Twitter
  • Follow Us